
ทีมผู้สร้างสรรค์ภาพยนตร์ไตรภาคเรื่อง The Matrix ผู้เขียน/ผู้กำกับการแสดง/ผู้อำนวยการสร้าง แลร์รี่และแอนดี้ วาโชสกี้ได้ร่วมมือกันนิยามภาพยนตร์แอ็คชั่นด้วยความไม่เหมือนใครในการสร้างสรรค์ภาพยนตร์ที่เป็นการผสมผสานระหว่างการบอกเล่าเรื่องราวที่มีหลายขั้นหลายตอนที่มาพร้อมกับเทคนิคทางวิชวลที่สะเทือนเลื่อนลั่น
การนำซีรี่ส์การ์ตูนคลาสสิคเรื่อง Speed Racer มาสู่จอภาพยนตร์นับเป็นโอกาสของพี่น้องวาโชสกี้ในการวาดฝันของความเป็นคลาสสิกตลอดกาลให้กลับมาอีกครั้งและในเวลาเดียวกันนั้นเองได้เข้าถึงบรรดาผู้ชมในระดับครอบครัวได้กว้างขวางขึ้นไปอีก
“ด้วยภาพยนตร์เรื่อง The Matrix แลร์รี่และแอนดี้ได้สร้างสรรค์รูปแบบของเทคนิควิชวลที่แตกต่างในความรู้สึกเมื่อคุณได้ดูภาพยนตร์กันครับ คุณได้เห็นหลายสิ่งหลายอย่างที่คุณไม่นึกไม่ฝันมาก่อนเกิดขึ้นในภาพยนตร์” โจเอล ซิลเวอร์ซึ่งเป็นผู้อำนวยการสร้างกล่าว “และด้วยภาพยนตร์เรื่อง Speed Racer นี้; พวกเขามีความต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงหนทางที่คุณจะได้ดูภาพยนตร์กันอีกครั้งนะครับ พวกเขามีความคิดใหม่ ๆ อยู่ในหัวในการนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับรถยนตร์ที่บินว่อนไปมาอยู่ในสนามแข่งที่หวือหวาและท้าทาย - ฉากแอ็คชั่นต่อเนื่องที่ยอดเยี่ยมอย่างที่คุณจะไม่เคยได้เห็นกันที่ไหนมาก่อนเลยครับ มันเป็นรูปแบบใหม่ในการผสมผสานเทคนิค CGI กับการแสดง สองพี่น้องรักที่จะทำลายรูปแบบเดิม ๆ; พวกเขาชื่นชอบกับการผลักของไปข้างหน้า”
แกรท์ ฮิลล์ซึ่งเป็นผู้อำนวยการสร้างกล่าวว่า “นอกจากการเป็นหนึ่งของการ์ตูนที่พวกเขานิยมชมชอบตอนโตขึ้นมาแล้วนั้น หนึ่งในหลายอย่างที่ทำให้พี่น้องวาโชสกี้สนใจมากที่สุดในการดัดแปลงภาพยนตร์เรื่อง Speed Racer นั้นก็คือความมีแรงผลักดันทางด้านครอบครัวที่เข้มแข็งในซีรี่ส์ดั้งเดิมครับ แลร์รี่และแอนดี้มีความต้องการเป็นอย่างมากที่จะสร้างภาพยนตร์เกี่ยวกับครอบครัว ทั้งสองต้องการสร้างภาพยนตร์ที่ทั้งหลานสาวและหลานชายจะดูกันได้ครับ”
“พวกเขาเขียนหนังที่มีความเป็นครอบครัวล้วน ๆ กันครับ โดยยังคงไว้ซึ่งจุดใหญ่ใจความเกี่ยวกับครอบครัวของสปีดในการเติมเต็มการผจญภัยใหม่ ๆน่ะครับ” ซิลเวอร์กล่าวเสริม “ภาพยนตร์เรื่อง Speed Racer นั้นเป็นเรื่องสำหรับทุกคน มันมีตัวละครที่ยอดเยี่ยมมากมาย ฉากแอ็คชั่นเร้าใจและแน่นอนเทคนิควิชวลที่ยอดเยี่ยม”
ภาพยนตร์เรื่องนี้มีจุดศูนย์กลางอยู่ที่การผจญภัยของ สปีด เรซเซอร์ ที่จะกลายเป็นนักแข่งรถมือหนึ่งในการแข่งขัน World Racing League (WRL) สำหรับสปีดสองสิ่งที่มีความสำคัญสำหรับชีวิตของเขานั้นคือการแข่งขันและครอบครัว เรื่องวาดไว้ว่าสปีดและครอบครัวของเขาว่าเป็นเพียงหนึ่งในทีมแข่งขันอิสระที่เหลืออยู่เป็นทีมสุดท้ายโดยต้องเผชิญหน้ากับการต่อกรกับการแข่งขันที่ดุเด็ดเผ็ดมันจากบรรดานักแข่งทั้งหลายที่ได้รับการสนับสนุนโดยสปอนเซอร์ยักษ์ ๆ ต่าง ๆ เดิมพันนั้นสูงส่งโดยที่ผลของการแข่งขันหลักอาจจะกำหนดโชคชะตาของนักแข่งหรือองค์กรทั้งหมดของเขาได้
ในการสรรค์สร้างแอ็คชั่นการแข่งขัน พี่น้องวาโชสกี้นำเสนอส่วนที่เป็นจินตนาการที่กว้างไกลที่สุดเพื่อให้ได้ซึ่งรูปแบบของการแข่งขันรถยนตร์ที่เหนือความคาดหมายทุกสิ่งทุกอย่างที่เราเคยรู้จัก บรรดารถแข่งในภาพยนตร์เรื่อง Speed Racer เป็นส่วนประกอบของรูปแบบและการทำงานที่เติมเต็ม ความสามารถในการแสดงของทีมสตันท์ในหลายต่อหลายฉากที่ไม่น่าเชื่อบนความเร็วมากกว่า 400 ไมล์ต่อชั่วโมง งานการผสมผสานของศิลปะทางเครื่องยนต์ รถยนต์แต่งละคันนั้นไปได้กว้างไกลกว่าและถูกออกแบบเพื่อที่จะสะท้อนความเป็นตัวตนของผู้ขับขี่มัน
ความสะเทือนเลื่อนลั่น และโลกที่มีสีสันสดใสเหมือนลูกกวาดของภาพยนตร์เรื่อง Speed Racer เป็นหนึ่งในการร่วมกันของหลายทศวรรษและรูปแบบ โดยทั้งหมดทั้งปวงนั้นได้มาพบกันอยู่ในส่วนสำคัญของกีฬาการแข่งขัน “คุณจะได้เห็นความเป็นอดีต ปัจจุบันและอนาคตในความงดงามของภาพยนตร์เรื่องนี้ครับ” โจเอล ซิลเวอร์
กล่าว “สังคมนั้นบ้าคลั่งกับการแข่งรถ และแลร์รี่และแอนดี้ได้มาพร้อมกับการออกแบบของรถแข่งอย่างที่คุณจะไม่เคยได้เห็นกันมาก่อนเลยล่ะครับ พวกเราได้เคยเห็นแนวคิดที่แฟนซีของรถแข่งในนิตยสารและภาพยนตร์แต่สำหรับเรื่องนี้แล้วมันเป็นอีกระดับหนึ่งไปเลยครับ บรรดารถแข่งพวกนี้ทำอะไรก็ได้ที่ทำให้การแข่งขันสนุกตื่นเต้นเหนือกว่าทุกสิ่งที่คุณได้เคยเห็นมันมาก่อนครับ”
แกรนท์ ฮิลล์เล่าว่า “แลร์รี่และแอนดี้นั้นมองหาหนทางที่จะทำให้หลายอย่างไปสู่อีกระดับหนึ่งอยู่เสมอ พวกเราได้ดูกีฬาเอ็กซ์ตรีมต่าง ๆ อย่างเช่น สเก็ตบอร์ดและสโนว์บอร์ดซึ่งจะมีการเคลื่อนไหวอย่างเลื่อนไหลและจินตนาการสำหรับการแข่งขันว่าจะออกมาเป็นอย่างไรและรถแข่งแต่ละคันนั้นจะต้องวิ่งเร็วกันแค่ไหนเพื่อที่จะทำให้บรรดานักแข่งได้แสดงกระบวนท่าต่าง ๆ ในอากาศ”
แน่นอนว่า ไม่มีการแข่งขัน WRL ในภาพยนตร์เรื่อง Speed Racer ที่จะครบถ้วนโดยไม่มีรูปแบบยุทธวิธีของการต่อสู้ที่อยู่ภายใต้ขอบเขตของความถูกต้อง
ตามกฏหมาย โดยรวมไปถึงห่วงที่เป็นหอก การเจาะยางหรือมีดใบเลื่อย ซิลเวอร์เล่าว่า “ภาพในหัวของความสุดยอด ในกีฬาการแข่งขันอย่างเต็มรูปแบบที่นำเสนอได้ดีที่สุดจากการผสมผสานของกีฬาการต่อสู้ป้องกันตัวเข้ากับแอโรบิคและรถแข่งฟอร์มูล่า 1 ได้รับการคลุกเคล้าโดยแลร์รี่และแอนดี้ ให้มันเรียกว่า Car-Fu ซึ่งเป็นศิลปะการต่อสู้บนรถแข่ง”
“ซีรี่ส์เรื่อง Speed Racers ดั้งเดิมนั้นเป็นการแนะนำไปสู่การ์ตูนของญี่ปุ่นของพี่น้องวาโชสกี้กันครับ” ซิลเวอร์เล่า “แลร์รี่และแอนดี้มีความตื่นเต้นกับเรื่องราวต่าง ๆ การแอ็คชั่นและความไม่เหมือนใครทางด้านรูปแบบวิชวลของซีรี่ส์ โดยทุกอย่างมันออกมาดูน่าประทับใจอย่างมีความต่างจากการ์ตูนเรื่องอื่น ๆ ที่ออกฉายทางโทรทัศน์ในช่วงนั้นนะครับ มันทำให้เขาทั้งสองกลายมาเป็นแฟนพันธุ์แท้ของเรื่อง Speed Racer รวมไปถึงภาพยนตร์การ์ตูนต่าง ๆ ของญี่ปุ่นอื่น ๆ อีกด้วย”
อันที่จริงแล้วภาพยนตร์เรื่อง Speed Racer ครอบคลุมผู้คนในหลายต่อหลายรุ่นและในหลากหลายวัฒนธรรม ซีรี่ส์การ์ตูนเรื่อง Speed Racer ดั้งเดิมนั้นเกิดมาจากหนังสือซีรี่ส์แมงก้า ของญี่ปุ่น (หนังสือการ์ตูน) โดยการสร้างสรรค์ของนักเขียนการ์ตูนรุ่นบุกเบิกคือ ทัตซูโอะ โยชิดะที่มีฉายาว่า ไพล๊อต เอซ ในปี 1967 การ์ตูนเรื่องนี้เกี่ยวกับรายการโชว์ทางโทรทัศน์ของญี่ปุ่นที่มีชื่อว่า Mach Go Go Go และตามออกมาด้วยรูปแบบเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษที่ดัดแปลงโดยชาวอเมริกันชื่อว่า Speed Racer ในอีกหกเดือนต่อมา
เรื่อง Speed Racer กลายเป็นเรื่องที่ได้รับความนิยมไปทั่วสหรัฐอเมริกา โดยอยู่ในจินตนาการของผู้ชมวัยรุ่นชาวอเมริกันมากมายด้วยความผสมผสานของแอ็คชั่นทางรถที่ตื่นตาตื่นใจ ความเป็นสากล คุณค่าทางครอบครัว ความรักแบบวัยรุ่นรวมไปถึงอารมณ์ขันที่ฟุ่มเฟือย อย่างที่ไม่เคยมีใครได้ดูกันมาก่อนภาพยนตร์เรื่อง Speed Racer นำเสนอเรื่องราวของพระเอกวัยรุ่นที่มีความมุ่งมั่น เขากำชัยชนะจากการต่อกรกับบรรดานักแข่งไร้จริยธรรมในขณะที่ต้องเดินทางแข่งขันรถไปทั่วโลกโดยขับขี่เจ้า Mach 5 ที่ลื่นไหล
กว่า 40 ปีและการนำเสนอซ้ำแล้วซ้ำเล่าเรื่องราวของ Speed Racer และการผจญภัยของเขาบนรถแข่ง Mach 5 ได้รับการนำกลับมาทำใหม่ในรูปแบบของภาพยนตร์โดยพี่น้องวาโชสกี้ โดยนำเทคนิควิชวลเอ็ฟเฟคและแอ็คชั่นชั้นสูงแต่ยังคงไว้ซึ่งเทคนิคทางภาพและศิลปะการสร้างภาพทางคอมพิวเตอร์อีกด้วย
เมื่อทีมงานแสดงของภาพยนตร์เรื่อง Speed Racer ได้มาถึงที่โรงถ่าย สตูดิโอ บาเบลสเบิร์กในกรุงเบอร์ลิน พี่น้องวาโชสกี้ได้ให้บรรดาทีมนักแสดงได้เห็นโลกที่พวกเขาจะต้องก้าวเขามาเป็นครั้งแรกรวมไปถึงภาพวาด สตอรี่บอร์ดและงานศิลปะต่าง ๆ อีกทั้งเทคนิค Pre-vis (สตอรี่บอร์ดที่เป็นการ์ตูนสามมิติ) ในฉากการแข่งขัน
“การได้ดูฉากสามมิตินั้นความลงตัวอย่างหนึ่งครับ” อีมีล เฮิร์ชซึ่งรับบทนำเป็น สปีด เรซเซอร์เล่า “มันเป็นความทึ่งที่ได้เห็นว่างานนั้นได้ทำกันไปมากมายเท่าไรแล้วก่อนที่เราจะเริ่มเปิดกล้องกันนะครับ มันไม่ได้มีความรู้สึกเป็นหนังวิทยาศาสตร์อย่างเรื่อง The Matrix มันมีความมหัศจรรย์มากกว่า มันมีสีสันมากกว่าความมืดด้วย”
“ตอนนั้นมีนักแสดงอยู่ 12 คนด้วยกันในห้องและผมก็เชื่อขนมกินได้เลยคุณว่ามันเป็นโอกาสที่ไม่ได้มีบ่อยนักในตอนที่มีนักแสดงมากมายมาอยู่ในห้องเดียวกันและเกิดอาการพูดไม่ออกกันเลยล่ะครับ” แมทธิว ฟ็อกซ์เล่า เขารับบทเป็น เรซเซอร์ เอ็กซ์ “ทุกคนมองกันไปมา รู้สึกเหมือนถูกพาไปกับมัน มันเป็นความตื่นเต้นครับ ในชีวิตคุณจะมีความรู้สึกว่าคุณเป็นส่วนของโปรเจ็คที่มีความเพียรพยายามที่จะทำอะไรที่ไม่เคยได้ทำมาก่อนและครั้งนี้ก็เป็นหนึ่งของช่วงเวลาเหล่านั้นครับ”

