รถแข่งที่สะเทือนเลื่อนลั่นของสปืดที่มีชื่อว่า Mach 5 นั้นบางทีอาจจะเป็นหนึ่งในรถแข่งที่คุ้นตาที่สุดของโลกบนจอภาพยนตร์ เบื้องหน้าที่ดูก้าวร้าวของมันนั้นถูกทดแทนไปด้วยสีขาวที่เงางามและเครื่องหมายตัว M สีแดงเด่นอยู่บนหลังคานั้นดูจะเป็นภาพที่ยึดติดอยู่ในหัวของบรรดาแฟน ๆ ของ Speed Racer จากทั่วทุกมุมโลก ในขณะที่การตกแต่งออกแบบของเจ้า Mach 5 อาจจะทำได้ในหลายทิศทาง “ในที่สุดแล้วพวกเราก็กลับมาที่รูปลักษณ์ที่เป็น เรโทรที่มาพร้อมกับความลื่นไหล” โอเวน แพทเตอร์สันที่เป็นผู้ออกแบบฉากกล่าว

“หลังจากที่ค้นคว้าในหลาย ๆ ความน่าจะเป็น แลร์รี่และแอนดี้ก็มองให้ Mach 5 นั้นเป็นรูปที่เป็นสัญลักษณ์และตัดสินใจที่จะคงไว้ส่วนใหญ่ของตัวดั้งเดิมน่ะครับเพราะมันดูออกมาแล้วไร้กาลเวลาและไม่เหมือนใครครับ” โจเอล ซิลเวอร์เล่า

ในขณะที่ Mach 5 จะเป็นรถที่ใกล้เคียงที่สุดในความเป็นตัวตนของสปีด เรซเซอร์ที่อยู่ในความคิดของบรรดาแฟนพันธุ์แท้ พี่น้องวาโชสกี้ก็ยังได้ทำการยกระดับโดยแนะนำรถอีกรุ่นหนึ่งของ Mach ซีรี่ส์ – คือ Mach 6  
“อย่างที่พวกคุณรู้ ๆ กันว่าแลร์รี่และแอนดี้ มีความต้องการที่จะทำอะไรที่ใหม่ ๆ กัน” แพทเตอร์สันกล่าว “สำหรับรถ Mach 6 ซึ่งต้องใช้แต่กับเพียงการแข่งขัน เวิร์ด เรซซิ่ง ลีคเท่านั้น  พวกเราได้คัดเลือกรูปลักษณ์ที่โดดเด่น แต่ยังคงไว้ซึ่งสีและรูปร่างของเจ้า Mach 5 เอาไว้ครับ”

นอกจากนั้น “แลร์รี่ และแอนดี้ได้ตกแต่งถ้อยคำที่ใช้เรียก Mach 6 และรถแข่งในประเภทเดียวกันในเรื่องนี้” ผู้กำกับฉากกล่าวต่อ “พวกเขาเรียกรถแข่งประเภทนี้ว่า T180’s สำหรับความสามารถจะพลิกล้อทั้งหมดได้ถึง 180 องศาและกระโดดข้ามเกาะกลางเพื่อทำให้เกิดหลาย ๆ จี เพื่อร่นเวลาในการแล่น”

แพทเตอร์สันและทีมงานได้เริ่มทำงานกันมากว่าปีล่วงหน้าก่อนการเปิดกล้องเพื่อสร้างสรรค์รถแข่งมากกว่า 100 คัน “ในโลกของพวกเรา เราจะมีทีมสถาปัตย์แต่ในโลกของ เรื่อง Speed Racer ผู้คนจะว่าจ้างสถาปนิกเครื่องยนต์เพื่อสร้างรถแข่งของพวกเขา” แพทเตอร์สันกล่าว

“พวกเราได้นำทีมศิลปินที่สามารถในแขนงนี้มากและจากสตอรี่บอร์ด ศิลปินต่าง ๆ ไปสู่บรรดาผู้ออกแบบในวงการรถยนตร์ พวกเราต้องการสนุกสนานกับพวกเขาและให้อิสระในการออกแบบแลกเปลี่ยนกันไปมา” ฮิลล์เล่า

และเมื่อการออกแบบของรถได้รับความเห็นชอบ พวกมันจะต้องถูกทำเป็นโมเดลจำลองและให้สีโดยเทคนิคดิจิตัล นอกจากนี้รถ Mach 5 ของสปีดและรถชื่อ Shooting Star ของ เรซเซอร์ เอ็กซ์ยังได้ถูกสร้างขึ้นมาจริงอย่างเต็มสัดส่วนเพื่อใช้ในฉากบางฉาก และในขณะที่คุณได้นั่งอยู่หลังพวกมาลัยของแต่ละคัน เจ้ารถที่ถูกสร้างขึ้นมานี้จะขับเคลื่อนไปไหนไม่ได้และไม่มีการติดตั้งเครื่องอย่างจริง ๆ ทั้งหมดทั้งปวงของรถแข่งที่ลอยได้ หรือว่ารถที่ชนกันอย่างรุนแรงในภาพยนตร์นั้นถูกสร้างขึ้นทางเทคนิคดิจิตัล CGI ทั้งสิ้น
ในตอนแรกทีมงานสร้างมุ่งเน้นในความเป็นไปได้ที่จะถ่ายทำฉากการแข่งรถที่ออกมาในจอภาพยนตร์โดยใช้รถจริงบนสนามแข่งจริง อย่างไรก็ตามแพทเตอร์สันให้ข้อสังเกตุว่า “จากรูปแบบของบรรดารถแข่งที่เรามีรวมไปถึงฉากแอ๊คชั่นที่มีการปะทะสูงอย่างที่เราต้องการ มันเป็นความเป็นไปได้มากกว่าที่เราจะสร้างมันขึ้นมาด้วยเทคนิคดิจิตัลนะครับ”

“ด้วยความเร็วที่พวกเขากำลังขับขี่กันอยู่และเทคนิคการต่อสู้ต่าง ๆ ที่พวกเขาใช้ มันจะมีความล่อแหลมต่าง ๆ ขณะอยู่ในสนามแข่งครับ” แดน กลาสซึ่งเป็นหัวหน้าทางวิชช่วล เอฟเฟคกล่าว “มันดูแล้วเป็นเหมือนกีฬาที่มีความอันตรายสูงแต่กลับไม่มีใครได้รับบาดเจ็บสาหัสกันเลยนะครับเพราะพวกเราได้พัฒนาเครื่องไม้เครื่องมือพิเศษเพื่อที่จะป้องกันนักขับรถครับ”
จอห์น กีอาต้าซึ่งเป็นหัวหน้าฝ่ายวิชช่วลเอฟเฟคกล่าวเสริมว่า “แลร์รี่และแอนดี้คิดค้นอุปกรณ์ที่พวกเราเรียกมันว่า ควิกเซฟ โฟม ซึ่งมีลักษณะเหมือนลูกบอลยางใบใหญ่ที่จะพองขึ้นรอบตัวนักขับเพื่อป้องกันพวกเขาในกรณีที่มีการชน และสิ่งนี้เป็นอุปกรณ์พื้นฐานในรถแข่งทุก ๆ ค้นที่ลงแข่งขันใน เวิร์ด เรซซิ่ง ลีค”

และความประทับใจเช่นเดียวกับบรรดารถแข่งทั้งหลาย พวกเขาต้องการสถานที่ทางดราม่าเพื่อจะแสดงให้เห็นการเคลื่อนไหวของพวกเขา  “คำสั่งแรกของสองพี่น้องวาโชสกี้ก็คือสนามแข่งของเราจะต้องอยู่ระหว่างสนามสกีสราญรมย์และลานสเก็ตบอร์ด” แพทเตอร์สันกล่าว

“แลร์รี่และแอนดี้มีความรู้สึกแน่นอนว่าแต่ละสนามแข่งนั้นต้องดูแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง” ซิลเวอร์กล่าว “จากการที่เรามีอิสระในการสร้างสนามแข่งรถและเบื้องหลังทางด้านดิจิตัล พวกเราก็สามารถจินตนาการได้อย่างเต็มรูปแบบ คุณจะได้เห็นหลายอย่างที่ตื่นเต้นและไม่น่าเชื่อ; การแข่งขันจะทำให้คุณนั่งไม่ติดที่เลยทีเดียว”

สนามแข่งสี่สนามถูกสร้างขึ้น แต่ละสนามมีรูปลักษณ์ของตัวเอง ไม่เพียงแต่ตัวสนามแข่ง การชิงไหวชิงพริบ การเวียนวนไปมา ขดเป็นวงกลมและการกระโดดที่น่าทึ่ง โดยเหล่านี้นั้นเกิดขึ้นในสิ่งแวดล้อมที่ไม่มีใครเหมือนทีเดียว
สนามแข่งในบ้านเกิดของ สปีด เรซเซอร์ที่ธันเดอร์เฮดที่เร็กซ์พี่ชายที่ล่วงลับของเขายังคงเป็นเจ้าของสถิติ ในขณะที่สนามธันเดอร์เฮดเป็นสนามแข่งระดับโลก มันไม่ใช่สนามหลักในการแข่งขัน WRL แพทเตอร์สันให้ข้อสังเกตุว่า “สนามธันเดอร์เฮดนั้นเป็นสนามที่แน่นอนว่าจะได้เห็นกันในวันที่ดีกว่า มันยังคงเป็นที่พิเศษในหัวใจของสปีดเพราะตำนานของเร็กซ์ เรซเซอร์ มันมีความตื่นเต้นที่สนามอื่น ๆ จะนำมาให้รวมไปถึงการวิ่งวน ขอบสนาม และหลุมมหึมา”

สนามที่สองในเรื่อง Speed Racer ก็คือสนาม ฟูจิ เฮลเล็กซิคอน สนามแข่งที่ใหญ่ที่ใช้ในการแข่ง WRL นั้นเป็นฉากที่ถูกสร้างอยู่บน หมู่เกาะในเมืองร้อนที่มีฉากหลังเป็นภูเขาไฟธรรมชาติและหมู่ตึกที่ทันสมัย โดยได้แรงบันดาลใจมาจากการออกแบบของบรรดาสถาปนิคที่เลื่องชื่อ สนามนี้วางตัวไปมาอยู่บนเกาะหินปะการังและอยู่เหนือขอบทะเลโดยมีความโค้งและความคดเคี้ยว  
การแข่งขันคาซ่า คริสโต 5000 เป็นการแข่งขันแรลลี่ที่เต็มไปด้วยอันตรายและเป็นการแข่งที่ ๆ เร็กซ์ เรซเซอร์สังเวยชีวิตของเขา พื้นที่ ๆ อันตราย โดยมันได้ฉายาว่า

เดอะ ครูซิเบิ้ล โดยต้องแข่งกันไกลหลายทวีปและข้ามผ่านไปยังที่รายที่สุดลูกหูลูกตา นักแข่งจะต้องมีความทรหดต่อสภาพอากาศที่สุดโหดจากความร้อนระอุของทะเลทรายในทะเลทรายซูนูเบียน ไปจนถึงหน้าผาแคบอย่าง เกรเซอร์ คลิฟฟ์และถ้ำน้ำแข็ง มัลเทส ไอซ์ เคฟว์ ถ้าเลี้ยวผิดเพียงครั้งเดียวมันจะส่งนักแข่งให้ปลิวไปหลายพันฟุตอย่างไรซึ่งลมหายใจ ถึงแม้ว่าการแข่งขัน WRL นั้นจะมีความพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงรูปแบบการแข่งขันแบบนี้ กลโกงของการแข่งขัน รวมไปถึงห่วงหอก การเจาะยางและเครื่องดีด ทำให้สนามคาซ่า คริสโต 5000 เป็นสนามที่ทดสอบความแข็งแกร่งอย่างโหดร้ายในภาพยนตร์เรื่อง Speed Racer
“การแข่งขัน เดอะคาซ่า คริสโต 5000 เป็นการแข่งขันข้ามประเทศที่โหดการแข่งหนึ่งของโลกเลยครับและบรรดานักแข่งจะใช้วิธีอะไรก็ได้เพื่อจะได้ไปข้างหน้า” แพทเตอร์สันอธิบาย “พวกเราได้พัฒนาอะไรที่ผมเรียกมันว่าการแข่ง ราชรถของโรมันที่เราจะมีดาบใหญ่โผล่ออกมาจากรถรวมไปถึงมีเกราะป้องกันวงล้อกันด้วยครับ”

มันจะมีความกดดันเป็นอย่างมากที่จะกำชัยชนะจากการแข่งขัน คาซ่า คริสโต 5000 เพราะแชมป์ของการแข่งนั้นจะได้รับการผ่านเข้ารอบเพื่อเข้าชิงใน WRL คือการแข่งกรังปรีซ์ ชัยชนะในการแข่งขัน กรังปรีซ์นั้นไม่เพียงแต่จะนำชื่อเสียงและเงินทองมาสู่ผู้ชนะเท่านั้นแต่ยังทำให้เขาหรือเธอกลายเป็นตำนานของ เวิร์ด เรซซิ่ง ลีคไปในทันที

“ลองจินตนาการเหตุการณ์ที่ยิ่งใหญ่กว่าการแข่ง เดย์โทน่า 500 การแข่งอินดี้ 500 และการแข่งเวิร์ด คัพทั้งหมดรวมกันนะครับ” โจเอล ซิลเวอร์กล่าว “การแข่งกรังปรีซ์ของ WRLนี้นับเป็นเหตุการณ์ในโลกของภาพยนตร์เรื่อง Speed Racer”

“สนามแข่งกรังปรีซ์นั้นถูกสร้างอยู่ใจกลางเมืองคอสโมโพลิสครับ” แพทเตอร์สันเล่า “มันมโหฬารมากครับ มันจะมีลู่แข่งที่ขึ้นไปสูงพร้อมกับลู่ที่ลาดลงมา การคดเคี้ยวและการเลี้ยงอย่างผีเสื้อที่ทำให้รถแข่งเร่งความเร็วอยู่สูงสุดได้”

จินตนาการในการออกแบบและอุปกรณ์ประกอบของสนามกรังปรีซ์นั้นมาจากพี่น้องวาโชสกี้ “เขาโตในชิคาโก้และสนุกสนานเสมอกับความคิดที่จะได้ดูเกมส์เบสบอลที่สนามริคลี่ ฟิลด์จากหลังคาตึกที่อยู่ล้อมรอบครับ” แพทเตอร์สันกล่าวต่อ “พวกเขามีความคิดว่าพวกเราสามารถที่จะเอาตึกระฟ้าและเปลี่ยนมันให้กลายมาเป็นอัฒจันทร์ขนาดใหญ่ และจากการนี้ทำให้ตัวเมือกลายมาเป็นอัฒจันทร์สำหรับการแข่งขันใหญ่ ๆ ของปีกันเลยครับ”

อีกส่วนหนึ่งของสนามการแข่งกรังปรีซ์นั้นมาจากภาพในหัวที่เข้ามาเพิ่มเติมของพี่น้องวาโชสกี้เพื่อเป็นการระลึกถึง เอ็ดเวียร์ด มายบริดจ์ ช่างภาพในศตวรรษที่สิบเก้าเป็นที่รู้จักดีในการจับภาพเคลื่อนไหวด้วยกล้องหลาย ๆ ตัว โดยแนวความคิดหลักนี้เป็นแรงผลักดันในการพัฒนาการสร้างเอฟเฟคลูกกระสุนผ่านอย่างในภาพยนตร์เรื่อง The Matrix 

ระหว่างลู่ทางตรงของสนามแข่งกรังปรีซ์ ทีมงานได้ติดตั้งรูปม้าลายเอาไว้บนกำแพงที่เป็นด้านหลัง และเมื่อสปีด เรซเซอร์และบรรดาคู่แข่งจะต้องแรงความเร็วในแต่ละฉาก รูปภาพที่ต่อเนื่องที่มองเห็นในความเร็วจะต่อเนื่องเป็นเอ็ฟเฟคของการวิ่งของม้าลาย ซึ่งคล้ายคลึงกันกับความต่อเนื่องของภาพที่เราเรียกกันว่า เดอะ ฮอร์ส อิน โมชั่น

“พวกเราชื่นชมที่จะให้ความเลื่อมใสกับแรงบันดาลใจของเราเพราะงั้น เทคนิคม้าลายเคลื่อนไหวจึงจำเป็นในพริบตาสำหรับแรงบันดาลใจใน ช่วงเวลากระสุนผ่านในบางส่วน” กีอาต้าเล่า “พวกเราใส่รูปภาพหลอกไว้มากมายเป็นเบื้องหลังของภาพยนตร์เรื่องนี้และท่ามกลางรูปเหล่านั้นเป็นรูปแบบมาย์บริดจ์เพื่อเป็นฉากการโฆษณาสนามแข่งกรังปรีซ์”

ความพิถีพิถันยังต้องมีสำหรับการปิดบังมุมกล้องเพื่อที่จะจับภาพนักแสดงในมุมใกล้และการแสดงในระหว่างฉากที่รถต้องวิ่งด้วยความเร็วสูงในเรื่อง Speed Racer ในขณะที่รูปลักษณ์ภายนอกของรถแข่งนั้นถูกสร้างขึ้นด้วยเทคนิคดิจิตัล หลังพวงมาลัย -  ส่วนที่เป็นพวงมาลัย แก๊สและก้านเบรครวมไปถึงเครื่องไม้เครื่องมือด้านหลัง – ถูกประดิษฐ์ขึ้นและติดตั้งไว้ในกล่องที่บังคับดัวยไฮดรอลิคควบคุมโดยใช้โปรแกรมควบคุมการขับที่เป็นจริงเพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนรถแข่งที่สมจริง      

เจมส์ แมคเทคซึ่งเป็นผู้กำกับการแสดง Second Unit โดยเขาเป็นผู้กำกับการแสดงภาพยนตร์เรื่อง V for Vendetta ได้ร่วมกับทีมงานเพื่อเก็บภาพฉากการแข่งขันหลัก ๆ ถึงสี่ครั้ง กับจอสีเขียวที่มีความกว้าง 200 x 40 ฟุต กล่องพิเศษนี้ถูกออกแบบเพื่อจำลองการเคลื่อนไหวของรถหลายชนิดในการแข่งขันในตอนที่พวกเขากำลังขับรถไปรอบ ๆ สนามแข่ง แท่นที่ทรงพลังและถูกควบคุมด้วยระบบไฮโดรลิค ทำให้ห้องคนขับถูกเคลื่อนไหวไปในสามมิติ อย่างเที่ยงตรงและสนองตอบกับคำสั่งของผู้ขับขี่ผ่านสนามแข่งที่ออกแบบขึ้น
“กล่องพิเศษนั้นถูกควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมโยงการเคลื่อนไหวห้องคนขับเข้ากับภาพที่มองเห็นอยู่ก่อนหน้าครับ พวกเรายังได้เสริมความมีชีวิตชีวาอย่างลมเพื่อให้นักแสดงมีความรู้สึกเหมือนกับว่าเขาได้ขับรถแข่งอยู่จริง ๆ แทนที่จะถูกขับอยู่น่ะครับ” โอเวน แพทเตอร์สันเล่า

ในความคิดเห็นของนักแสดง เรนกล่าวว่า “การได้เข้าไปอยู่ในกล่องพิเศษนั่นค่อนหน้าจะเครียดไปสักนิดครับ มันเป็นสิ่งที่ใกล้เคียงที่สุดกับการได้ขับรถฟอร์มูล่า 1 แต่ว่าความเสี่ยงน้อยกว่ามากเลยครับ”

“การได้ทำงานอยู่ในกล่องพิเศษนั่นเป็นความสนุกและความท้าทายของผมครับ” อีมีล เฮิร์ชเล่า “คุณจะถูกเหวี่ยงไปมาในนั้นจริง ๆ เพราะงั้นคุณก็ไม่ต้องแสร้งที่จะทำเหมือนว่าคุณถูกเหวี่ยงไปมาอยู่ในฉากครับ มันเป็นความสมจริงมากกว่าการที่เราทำเป็นขับอยู่บนอะไรที่ไม่เคลื่อนไหวนะครับ”

แมทธิว ฟ็อกซ์ กล่าวเสริมว่า “กล่องพิเศษนี้มันบ้าระห่ำครับ และก็ต้องมีสมาธิเป็นพิเศษด้วย มันเป็นความสำคัญในการแสดงที่ต้องทำให้สมจริง เพราะการแข่งขันในภาพยนตร์เรื่อง Speed Racer นี้นะครับมันเป็นกีฬาที่ต้องปะทะอย่างเต็ม ๆ เจมส์และทีมงานของเขามีการควบคุมอย่างเต็มรูปแบบกับไอ้เจ้ากล่องพิเศษนั่นและพวกเขาก็ปรับแต่งระดับและทำตามใจอย่างที่พวกเขาต้องการกันครับ ผมทำได้ก็แค่บอกพวกเขาว่า เหวี่ยงมันเข้าไปเลยครับ”


Tags: ,

Related posts