คำถามคำตอบจากภาพยนตร์เรื่อง The 11th Hour กับ
ลีโอนาโด ดิคาปริโอ (ผู้บรรยาย/ผู้อำนวยสร้าง)
ไลล่า คอนเนอร์ส ปีเตอร์สัน (ผู้ประพันธ์/ผู้กำกับการแสดง/ผู้อำนวยการสร้าง)
นาเดีย คอนเนอร์ส (ผู้ประพันธ์/ผู้กำกับการแสดง)
และเคนนี่ โอซูเบล (ที่ปรึกษา)
คำถาม: อะไรคือความท้าทายต่าง ๆ ในการที่จะเข้าถึงกลุ่มผู้คนที่ยังไม่ได้มีความรู้หรือความสนใจในประเด็นที่บอกเล่าในภาพยนตร์เรื่องนี้ ?
ลีโอนาโด ผมคิดว่านั่นคือจุดมุ่งหมายทั้งหมดของการทำภาพยนตร์เรื่องนี้ครับ พวกเราบอกเล่าเป็นพิเศษเกี่ยวกับเรื่องราวนี้โดยไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพรรคการเมืองใดโดยเฉพาะเจาะจง เนื้อหาทั้งหมดของหนังบอกเล่าเกี่ยวกับ กฎหมาย Clean Air Act นั้นผ่านรัฐสภามาได้อย่างไร การที่กฏหมาย Clean Air Act ได้รับความเห็นชอบและนี่เป็นผลงานของพรรครีพับริกันและเดโมแครตส์ที่ทำงานร่วมกัน และนี่เป็นเรื่องราวที่สำคัญ มันเป็นเรื่องที่ทั้งโลกสมควรจะต้องรับรอง พวกเราในฐานะประเทศอเมริกา พวกเราต้องเริ่มที่จะเรียนรู้ – ผ่านทางภาพยนตร์ในรูปแบบนี้ ผ่านทางสื่อ ผ่านทางการบอกเล่าสู่สาธรณชน พวกเราต้องร่วมมือกันและมันก็เป็นเพียงชิ้นส่วนเพียงเล็ก ๆ ของปริศนาเท่านั้นครับ
นาเดีย เราพยายามทำหนังที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับปุถุชนธรรมดาโดยที่เกี่ยวกับเรื่องความรู้สึก มันเป็นเรื่องน่ากลัว; มันเป็นความตื่นเต้น; มันเป็นเรื่องน่าเศร้า; มันเป็นความน่าตกใจ น่าเกรงขามและมีความหวัง ด้วยความรู้สึกทั้งหมดเหล่านั้น ฉันคิดว่ามันเป็นความพยายามที่จะบอกเล่าไปให้ทั่วถึง แน่นอนค่ะว่ามีข้อมูลมากมายที่อยู่ในหนังเรื่องนี้ แต่ส่วนมากมันจะเกี่ยวกับประสบการณ์ของการที่ต้องก้าวผ่านการเดินทางของข้อมูลต่าง ๆ ของการผ่านจากนรกไปสู่ความหวัง และฉันก็คิดว่าสิ่งที่อยู่ในหนังเรื่องนี้จะเป็นการทำให้เราได้เข้าถึงผู้ชมที่กว้างออกไป
คำถาม: แต่อะไรที่คุณจะบอกเล่ากับผู้ที่มีความสงสัย คนที่ไม่มีความเชื่อว่ามันเป็นปัญหากัน?
ลีโอนาโด ความมุ่งหมายทั้งหมดของการทำหนังเรื่องนี้ต้องการมุ่งเน้นจากความต้องการที่จะได้ฟังความเห็นพ้องของคนส่วนใหญ่ที่มีท่วมท้นจากชุมชนทางด้านวิทยาศาสตร์ สำหรับตัวผมแล้ว มันเป็นรูปแบบที่ต่อเนื่อง ผมต้องการที่จะได้รับรู้เกี่ยวกับชีวิตการทำงานของพวกเขาและพวกเขากำลังเรียนรู้อะไรในตลอดเวลา มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับพวกเราที่จะตั้งคำถาม และด้วยความหวังว่าเมื่อผู้ชมได้ชมหนังเรื่องนี้พวกเขาจะมีผลกระทบร่วมทางด้านอารมณ์และต้องการที่จะลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่างเกี่ยวกับมัน ผมคิดว่านี่แหละเป็นจุดหลักของการทำหนังเรื่องนี้ การที่จะทำหนังเรื่องคนธรรมดาๆ ในขณะเดียวกันจะทำให้คุณได้เข้าใจถึงความเป็นจริงว่ามันจะเกิดอะไรกันขึ้นถ้าคุณยังคงทำเรื่องของคุณไปเรื่อย ๆ แต่พวกเขายังจะนำเสนอความเป็นไปได้หลายอย่างที่อยู่ด้านนอกนั้น มันจะมีเทคโนโลยีมากมายที่มีอยู่ในตอนนี้ที่จะลดทอนระบบนิเวศน์วิทยาได้ถึง 90 เปอร์เซ็นต์ และมันถึงเวลาแล้วที่พวกเราปุถุชนคนธรรมดาจะเริ่มผลักดันให้เกิดพลังเพื่อที่จะจุดประกายสิ่งนี้เข้าไปสู่ชีวิตประจำวันของพวกเรา ให้ไปถึงจุดที่พวกเราไม่ต้องไปคำนึงถึงมันกันอีก
นาเดีย จุดมุ่งหมายของภาพยนตร์เรื่องนี้คือการเริ่มต้นใหม่ของรัฐหนึ่งในโลกและเริ่มต้นกันใหม่ของคนทั้งชาติในด้านสิ่งแวดล้อมอย่างที่เป็นหัวข้อและเรื่องราวของคนธรรมดาพวกเราเป็นธรรมชาติ พวกเราเป็นส่วนหนึ่งของโลกใบนี้ ในตอนนี้สิ่งแวดล้อมยังเป็นสิ่งที่ไม่มีใครพูดถึงเป็นเรื่องประจำวัน มันจะเป็นแบบที่ว่า อ้อ คุณเลือกที่จะเป็นนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหรือเปล่า สิ่งที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ต้องการจะทำและทำไมพวกเราถึงคิดถึงมันเป็นการสร้างสะพานเชื่อมโยงเพราะพวกเรากำลังพูดถึงมนุษยชาติโดยรวม พวกเราเป็นใคร พวกเรามาถึงจุดที่เราเป็นอยู่นี้ได้อย่างไรและเราจะหาทางออกกันได้อย่างไร และเมื่อผู้คนต้องการที่จะเป็นผู้ต่อต้านหรือมีความสงสัย หรืออะไรก็ตามแต่ที่พวกเขาต้องการจะทำไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตามแต่ ถ้าคนพวกนั้นได้รับฟัง ดูและเรียนรู้อย่างจริงจังพวกเขาก็จะรู้ว่าความเป็นจริงของสถานการณ์นั้นเป็นสิ่งที่เราได้นำเสนอไว้ในภาพยนตร์เรื่องนี้ – โลกกำลังเกิดความเดือดร้อน; พวกเราทุกคนเป็นสาเหตุ พวกเราต้องช่วยกันแก้ไขมัน และนี่เป็นความจริงที่ไม่ได้ซับซ้อนอะไร
คำถาม: คุณจะว่าอย่างไรกับ บรรดาผู้คนที่พูดว่าภาวะโลกร้อนเป็นเรื่องเหลวไหล?
นาเดีย พวกเขาจะต้องถูกทิ้งไว้ข้างหลัง มีผู้คนหลายล้าน หลายล้านและหลายต่อหลายล้านอยู่ทั่วโลกที่กำลังร่วมมือกันทำในสิ่งดีเพื่อช่วยกันกอบกู้ และฉันก็ไม่คิดว่าพวกที่ปฏิเสธเหล่านี้หรือจะเป็นพวกที่มีความสงสัยจะลุกขึ้นมาต่อต้าน
ลีโอนาโด คำตอบของผมจะเป็นแบบเดิม ๆ ก็คือ; พวกเราในฐานะประเทศจะไม่กลายมาเป็นอิสระทางพลังงานและไม่ต้องพึ่งพาน้ำมันที่มาจากต่างประเทศได้อย่างไรกัน? บรรดานักวิทยาศาสตร์ทั้งหลายที่เห็นพ้องกันเป็นข้อตกที่ว่าคนเราทุกคนนี่แหละที่เป็นตัวหลักสำหรับเรื่องราวนี้ ทำไมเราถึงจะไม่อยากได้อากาศหรือน้ำที่บริสุทธิ์กว่านี้กันล่ะ? สิ่งเหล่านี้เป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน เพราะงั้นผมถึงคิดว่ามันเป็นการก้าวข้ามขอบเขตทางการเมืองในทางที่ยิ่งใหญ่ นั่นคือสิ่งที่ผมจะตอบกับพวกที่ยังมีความสงสัย ทำไมพวกเราจะไม่ต้องการพึ่งพาน้ำมันที่มาจากต่างประเทศให้น้อยลงกันล่ะครับ?
เคนนี่ ผมคิดว่ามันยังมีอีกหลายต่อหลายล้านที่กำลังปรับเปลี่ยนอยู่ในขณะนี้ ธุรกิจใหญ่ ๆ กำลังเริ่มเป็นธุรกิจสีเขียวซึ่งรวมไปถึงเหตุผลทางด้านการเงิน ตึกสีเขียวกำลังจะทะยอยเข้ามาในอีกสิบปีข้างหน้า สารเคมีสีเขียวก็กำลังจะเข้ามาโดยมีบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างดูปองท์และ 3 เอ็ม เป็นผู้สนับสนุน ดังนั้นมันจะเป็นเหมือนคลื่นที่อันที่จริงแล้วจะมีนโยบายของทางราชการผลักดันอยู่เบื้องหลัง และสำหรับการเปลี่ยนแปลงนี้ พวกที่ยังมีความสงสัยอยู่จะเริ่มเบาบางลง และจากนั้นถ้าคุณมองมาที่บางอย่างอย่างเช่นการเคลื่อนไหวของชาวคริสเตียน มันจะมีความห่วงใยในการสร้างสรรค์ที่อยู่ท่ามกลางพวกนับถือศาสนาคริสต์ เพราะงั้นมันจะมีความเปลี่ยนแปลงมากมาย
คำถาม: ด้วยหลายบริษัทที่เป็นหลักและเต็มใจที่จะจ่ายค่าทำให้เกิดมลภาวะ คุณจะทำให้พวกเขาเปลี่ยนแนวทางได้อย่างไร ?
ไลล่า เอ้อ อันที่จริงมันเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นเพราะมันเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับความเป็นผู้นำในทุก ๆ ระดับ พวกเรารู้ว่ามันจะมีสองทางที่พวกเรากำลังทำกันอยู่ – ทางที่ทำลายและอีกทางหนึ่งก็คือการเยียวยาและการแก้ไข พวกเรารู้ว่าเราต้องทำอะไรในตอนนี้ ผู้คนจะต้องกดดันบรรดาบริษัทต่าง ๆ เพื่อการเปลี่ยนแปลงและไม่ใช่แค่เพียงแต่ผลิตภัณฑ์เท่านั้นที่จะเปลี่ยนไปเพื่อพลังงานที่ทดแทน ถ้าบริษัท เอ็กซอนโมบิลไม่ต้องการจะเปลี่ยน ทั้งโลกก็จะไม่สนใจเขา นั่นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ในตอนนี้ เห็นได้ชัดเจนว่าพวกเขายังมีอำนาจอยู่มากมายแต่มันจะต้องเปลี่ยนไป มันเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนที่มาจากหัวใจของชาวอเมริกันทุกคนและผู้คนที่อยู่ทั่วโลกเพื่อจะเปลี่ยนทิศทางนี้ออกไป พวกเราไม่ควรจะกลัวความยิ่งใหญ่ของเขาถึงพวกเราจะพูดกันว่าพวกเขายิ่งใหญ่และมีอิทธิพล – แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในเวลาเดียวกันนั้นก็คือผู้คนอย่าง ทอม ลินเซย์กำลังทอนอำนาจของบริษัทใหญ่ ๆ พวกนั้นลงไปโดยพูดว่า พวกเขาไม่ใช่คนธรรมดา พวกเขาไม่มีสิทธิอย่างที่พวกเขาเคยมีอีกต่อไป เพราะงั้นมันจะมีทางแก้ปัญหา พวกเราก็แค่นำมันมาปฏิบัติเท่านั้นเอง
คำถาม: ลีโอ อะไรเป็นความผสมผสานในการกระทำสำหรับคุณที่จะแบ่งความต้องการสำหรับความเป็นส่วนตัวกับโปรเจ็คที่เป็นแบบนี้ ซึ่งจะบอกเล่าให้ผู้คนได้รับรู้ว่าคุณกำลังห่วงใยอะไรและคุณกำลังจะทำอะไร ?
ลีโอนาโด จริง ๆ เลยนะ มันไม่ใช่อะไรที่ผมคิดถึงมันในกรณีพิเศษแบบนี้นะครับ มันเป็นแรงกระตุ้นจากภายในของผมตั้งแต่ผมยังเด็กมาก ผมจะถูกกระตุ้นด้วยสื่อ อย่างเช่นหนังประเภทนี้ ผมจะมีความรู้สึกร่วมกับหนังสารคดีต่าง ๆ ที่ผมเคยได้ดูตอนเป็นเด็กเกี่ยวกับป่าดงดิบ ตำรวจและการสูญหายไปอย่างน่ากลัวของมันในตอนนี้ ดังนั้นสำหรับตัวผมแล้วมันเป็นการเอาโลกสองโลกมาหลอมรวมกัน ผมคิดว่าภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นที่สุดของสิ่งนั้น และนี่คือประสบการณ์ตรงของผมในธุรกิจนี้และได้เรียนรู้ว่าจะกระตุ้นผู้คนให้เกิดความรู้สึกร่วมผ่านทางหนังและแรงกระตุ้นของผมเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมได้อย่างไร และนั่นคือสิ่งที่เป็นตัวตนของภาพยนตร์เรื่องนี้ และมันก็เป็นประสบการณ์ที่ค่อนข้างจะซาบซึ้งและเป็นการเรียนรู้ที่ยิ่งใหญ่สำหรับตัวผมเพราะผมต้องการแสดงเป็นใครสักคนที่มีความหวังในการที่จะตั้งคำถามต่างๆ ที่ถูกต้องเกี่ยวกับผู้คนที่ทุ่มเทชีวิตให้กับเรื่องนี้ แต่ผมจะพูดเสียงดังเกี่ยวกับเรื่องราวของสิ่งแวดล้อมและผมก็จะสานต่อไปเรื่อย ๆ ผมจะเป็นนักแสดงต่อไปด้วยเพราะมันเป็นความชอบเบื้องต้นของผม มันก็เท่านั้นล่ะครับ





Sorry you must register to comments in this post